[ ชีวิตมุมต่าง ]



วันนี้ขอเปิดคอลัมน์ใหม่ Just talk แบบเบาๆ เพราะผมเองห่างหายไปจากการเขียนบล๊อกนานมากๆ น่าจะราวๆ 2-3 เดือนได้แล้ว ซึ่งจริงๆมีเรื่องที่จะเขียนเข้าคิวอีกเป็นหางว่าว แต่ด้วยมรสุมงาน Thesis ของตัวเองเลยทำให้ไม่มีเวลามาเขียนอะไรมากมายนัก ซึ่งคาดว่าจะเป็นแบบนี้ไปอีก 2 เดือน

มีหลายๆคนบอกว่าชีวิตของผมมันช่างมีความสุขอะไรจะปานนี้มีแต่เที่ยวกับเที่ยว ถ่ายรูปไปเรื่อยๆ เมืองนั้นทีเมืองโน้นที ผมก็เลยเปิดคอลัมน์นี้ขึ้นมาเพื่อที่จะได้พูดคุยเรื่องอื่นๆของผมบ้างที่ไม่ใช่เรื่องเที่ยว ฮ่าๆ   เอ.. แล้วจะมีอะไรนอกเหนือจากเรื่องเที่ยวละ นั่งนับนิ้วไปมา 1 2 3 ….. มันมีแต่เรื่องเที่ยวแฮะ

เอิ่ม….ถ้าไม่ใช่เรื่องเที่ยวงั้นลองมาฟังเรื่อง Project ที่ผมกำลังทำอยู่แล้วกัน จะได้เข้ากับช่วงมรสุมชีวิตหน่อย

เป็นงานเป็นการ

Project จบของนักเรียนสาขานี้ (Master in music composition for film, theater and media) นักเรียนสามารถทำได้หลายแบบ ไม่ว่าจะเป็นแนวสายอาชีพ เช่น  Theater, Film soundtrack, Game audio, Visual/Audio arts, Music composition หรือแม้แต่แนววิชาการอย่าง Music analysis ก็ได้ ส่วนของผมนั้นเป็นการทำ Soundtrack ประกอบภาพยนต์สารคดีหรือ Documentary Film Soundtrack นั่นเอง ส่วนตัวคิดว่าจะทำ Game Audio ในครั้งแรกเพราะมีโปรเจคกับเพื่อนๆสวิสด้วยกัน แต่หลังจากคิดไปมาหลายตลบ เลยคิดว่าจะลองนำเสนออะไรแปลกๆ จากประเทศบ้านเกิดตัวเองน่าจะดีกว่า เพราะนอกจากจะได้เผยแพร่วัฒนธรรมของเราให้กับต่างชาติแล้ว เวลา Defend เพื่อจบ Prof. ฝรั่งจะได้งงไปตามๆกัน (หมายถึงจะได้ไม่ถามลึกมากจนเกินขอบเขตความรู้ของเรา) เนื่องจาก background ในเรื่องดนตรีพิธีกรรมของเราแน่นกว่าและข้อมูลภาษาอังกฤษเกี่ยวกับเรื่องนี้ก็แทบไม่มีให้ศึกษา ฉนั้นกรณีนี้ถือว่าเราได้เปรียบ : ) หากเปรียบเทียบกับการทำโปรเจคดนตรีที่มีความเป็นสากลสูง

ผี… อาการมาเป็นหนัก ลุกไม่ได้ กินข้าวไม่ได้ ก็ต้องพามาให้แม่หมอเป่า ไล่ผีออก

…พอได้ยินดนตรีมา ผีมันก็อยากฟ้อน เราก็ต้องให้มันฟ้อน แต่พอฟ้อนแล้วก็ต้องไล่ออก ผีก็ต้องออก…

นั่นคือบางประโยคจากปากของยายเฒ่าคนนึง เธอที่ทำหน้าที่เป็นแม่หมดประจำอยู่หมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่งในจังหวัดสุรินทร์ บริเวณชายแดนไทยกัมพูชา หลายคนคงเริ่มสงสัยว่ามันคือเรื่องอะไร ทำไมมีผี ทำไมมีแม่มด และมันเกี่ยวกับดนตรียังไง ?

ทั้งนี้ทั้งนั้นเรื่องที่ผมทำ ก็คือเรื่องเกี่ยวกับดนตรีพิธีกรรมโบราณของชาวอีสานใต้ ที่เรียกกันว่า “โจลมะม๊วด” เป็นพิธีกรรมโบราณที่ทำสืบต่อกันมาหลายชั่วอายุคน ซึ่งเป็นพิธีการเรียกวิญญาณมาเข้าร่างของ “มะม๊วด” เพื่อที่จะทำการรักษาอาการเจ็บป่วยของผู้คนในหมู่บ้าน ซึ่งในการนำวิญญาณเข้าสู่ร่างทรง จำเป็นที่จะต้องใช้ดนตรีเข้าช่วย และจากข้อมูลที่พบบางส่วนก็มีบันทึกไว้ว่า ตัวดนตรีเองก็มีส่วนช่วยในการรักษาอาการป่วยที่หาสาเหตุไม่ได้อีกด้วย และเรื่องนี้แหละเป็นเรื่องที่ผมเองต้องหาคำตอบให้ได้ว่าจริงๆแล้วดนตรีมันทำหน้าที่อะไรบ้างและมันมีส่วนในการรักษาจริงหรือไม่ ?

กลับมาพูดถึง Project กันต่อ เนื่องด้วยผมต้องทำ Soundtrack ประกอบสารคดี แต่ตอนนี้ปัญหามีอยู่ว่าเอ๊ะ…แล้วใครจะทำสารคดีให้เรา ?  และนั่นเป็นคำถามที่ทำให้ผมเองต้องเอาเหามาใส่เพิ่มบนหัวอีกเป็นครั้งที่สอง เพราะการจะหาคนมาทำงานให้เราในระดับมืออาชีพนั้นต่างจากระดับนักเรียนตรงที่ ทุกอย่างมันอยู่ที่เงิน แม้จะมีเพื่อนฝูงมากมาย ทุกคนต้องกินต้องใช้ มีภาระต้องรับผิดชอบ สารคดีที่งบน้อยๆแบบนี้เลยกลายเป็นเรื่องยากที่จะหาคนมาทำ การแก้ปัญหาก็คือทำมันเองเสียเลย !

นอกจากจะต้องทำ Soundtrack แล้วยังต้องทำ Film อีกด้วย งานนี้เลยต้องใช้เวลากันหน่อย เป็นเหตุที่ทำให้ผมต้องจบช้าไป 6 เดือน ถ้าไม่นับความขี้เกียจส่วนตัวซึ่งมีสูงมาก (แต่ก็ชอบเพิ่มงานให้ตัวเอง) และเนื่องจากงานนี้เป็นงานที่ต้องลงพื้นที่ผมก็เลยต้องแพ็คกระเป๋ากลับไทย 1 เดือนครึ่ง เพื่อลงพื้นที่เก็บข้อมูลและถ่ายทำสารคดี……

ในช่วงที่เมืองไทยน้ำท่วม !!

ปล. ผมแถมท้ายภาพงานเล็กๆน้อยๆเรียกน้ำย่อย แล้วค่อยมาติดตามกันตอนต่อไป

7th Sense

Creative Commons License

ชีวิตมุมต่าง by 7th Sense is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivs 3.0 Unported License.